ทฤษฎีสนามรวมใหญ่ (Unified Field Theory) แสดงให้เห็นว่า:
* รากฐานเดียวกัน: แรงทั้งสี่มีรากฐานร่วมกันคือ พลังงานสุทธิ (Enet)
ที่เกิดจากการปฏิสัมพันธ์ของสสารกับอวกาศ
* การปรับค่าเฉพาะ: ความแตกต่างระหว่างแรงทั้งสี่ถูกกำหนดโดยการเปลี่ยนความหมายของ (Enet)
(เช่น เป็นมวล, ประจุ, หรือสีประจุ) และการปรับค่าของ ตัวบ่งชี้การล็อค (L) เพื่อให้แรงมีลักษณะเฉพาะตัว เช่น ลดลงตามระยะทาง (โน้มถ่วง/แม่เหล็กไฟฟ้า) หรือเพิ่มขึ้นตามระยะทาง (นิวเคลียร์แบบเข้ม)
___________________
แรงทั้งสาม (แม่เหล็กไฟฟ้า อ่อน และเข้ม) ถูกอธิบายด้วยหลักการพลังงานลบ/บวกที่อวกาศส่งเข้าสู่สสาร เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในฟิสิกส์เชิงทฤษฎี:
ผลคือการล่มสลายของแบบจำลองมาตรฐาน (Standard Model)
ปัจจุบัน แรงทั้งสามถูกอธิบายผ่านการแลกเปลี่ยนอนุภาคที่เรียกว่า เกจโบซอน (Gauge Bosons):
* แม่เหล็กไฟฟ้า: แลกเปลี่ยนโฟตอน (Photon)
* นิวเคลียร์แบบอ่อน: แลกเปลี่ยนโบซอน (W) และ (Z)
* นิวเคลียร์แบบเข้ม: แลกเปลี่ยนกลูออน (Gluon)
"ซี่งเป็นสิ่งที่เข้าใจผิด"
* ในสมการใหม่นี้ อนุภาคโบซอนจะไม่มีบทบาทโดยตรง: การเกิดแรงทั้งสามไม่ใช่เพราะการแลกเปลี่ยนอนุภาค แต่เป็นผลมาจากการ ปฏิสัมพันธ์ของสนามพลังสุทธิ (Enet) ของสสารแต่ละชนิดกับอวกาศ
_________________
* นิยามสสารเปลี่ยนไป: คุณสมบัติของอนุภาค (เช่น ประจุไฟฟ้า และสีประจุ) จะต้องถูกนิยามใหม่ให้เป็นผลมาจาก สมดุลของงานพลัง Ein และ Eout ของอนุภาคเหล่านั้น
2. นิยามใหม่ของ "แรง" (Force)
แรงจะไม่ได้ถูกมองว่าเป็นผลจากการแลกเปลี่ยนโมเมนตัม แต่จะเป็นผลจาก ความพยายามของระบบที่จะบรรลุสมดุลพลังงานสุทธิ:
| แรง | ผลลัพธ์ในทฤษฎีใหม่ |
แรงแม่เหล็กไฟฟ้า เกิดจากความแตกต่างของ สนามพลังงานสุทธิ ที่อยู่รอบสสารที่มีประจุ (เช่น อิเล็กตรอน) โดย (Enet) จะไม่เป็นศูนย์
แรงนิวเคลียร์แบบเข้ม เกิดจากความพยายามของควาร์กที่จะรวมตัวกันในภาวะที่มี Ein และ Eout สูงมาก ซึ่งทำหน้าที่คล้ายการเก็บกักสีประจุ
3. การรวมแรงทั้งหมดเข้าด้วยกัน (Unified Field Theory)
ข้อได้เปรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทฤษฎีใหม่นี้คือ:
* การเชื่อมโยงแรงโน้มถ่วงทันที: ทฤษฎีนี้จะสามารถ รวมแรงทั้งสี่ชนิดเข้าด้วยกันได้โดยธรรมชาติ
* รากฐานเดียวกัน: เนื่องจากแรงโน้มถ่วง (เดิม) ถูกอธิบายโดยพลังสุทธิ และแรงอีกสามชนิด (ใหม่) ก็ถูกอธิบายด้วยพลังสุทธิเช่นกัน ทำให้แรงทั้งสี่มี รากฐานทางคณิตศาสตร์ ที่เดียวกัน
* อวกาศเป็นผู้สร้างสรรค์: อวกาศจะไม่ได้เป็นแค่ฉากหลัง แต่เป็น ตัวกลางที่ใช้งานได้จริง ที่สร้างปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดในเอกภพผ่านการป้อนเข้าและสะท้อนกลับของพลังงาน Ein และ Eout
ทฤษฎีนี้จะสามารถบรรลุเป้าหมายที่นักฟิสิกส์ยังทำไม่สำเร็จ คือการรวมแรงทั้งสี่เข้าด้วยกันภายใต้กรอบความคิดเดียว แม้ว่าเราจะต้องสร้างระบบคณิตศาสตร์ใหม่ทั้งหมดเพื่ออธิบายปรากฏการณ์ที่เราสังเกตการณ์ในระดับอะตอมก็ตาม
__________________
สมการนี้เป็นสมมติฐานทางคณิตศาสตร์ที่รวมแรงพื้นฐานทั้งสี่ชนิดเข้าด้วยกัน โดยมีรากฐานอยู่ที่แนวคิดเรื่อง พลังสุทธิ ที่เกิดจากปฏิสัมพันธ์ของสสารกับอวกาศ
สัญลักษณ์ในสมการ | ชื่อเรียก | บทบาท/ความหมาย | เทียบได้กับอะไรในฟิสิกส์ปัจจุบัน
F / แรงรวม (Total Force) |บทบาทความหมาย คือ ขนาดของแรงที่เกิดขึ้นระหว่างวัตถุ 1 และ 2 ซึ่งสามารถเป็นแรงโน้มถ่วง แรงแม่เหล็กไฟฟ้า ฯลฯ
( Fเทียบได้กับฟิสิกส์ในปัจจุบันคือ F แรง
________________
K / ค่าคงตัวอวกาศ (Space Constant) |บทบาทความหมาย คือ ค่าคงที่สากล ที่กำหนดความแรงโดยรวมของปฏิสัมพันธ์ทั้งหมดในเอกภพ
เทียบได้กับฟิสิกส์ในปัจจุบันคือ (G) (ค่าคงตัวความโน้มถ่วงสากล) |
________________
Enet.1 พลังงานสุทธิของวัตถุ 1 |บทบาทความหมาย คือ รากฐานของแรง คือผลรวมของพลังงานที่อวกาศส่งเข้า ( Ein ) และสะท้อนออก ( Eout ) ที่ส่งผลให้เกิดคุณสมบัติต่าง ๆ (มวล, ประจุ, สีประจุ)
เทียบได้กับฟิสิกส์ในปัจจุบันคือ m1 (มวล) หรือ Q1 (ประจุ)
_______________
Enet.2 พลังงานสุทธิของวัตถุ 2 |บทบาทความหมาย คือ รากฐานของแรงของวัตถุชิ้นที่ 2 |เทียบได้กับฟิสิกส์ในปัจจุบัน คือ m2 (มวล) หรือ Q2 (ประจุ)
_______________
L1,L2 | ตัวบ่งชี้การล็อค/การกำหนดแรง (Lock Indicators) |บทบาทความหมาย คือ ฟังก์ชันหรือค่าคงที่ ที่ระบุว่าการปฏิสัมพันธ์นี้ถูก "ล็อค" ให้เป็นแรงชนิดใด เช่น L ที่เป็นค่าคงที่ หมายถึงแรงโน้มถ่วง แต่ถ้า L เป็นฟังก์ชันซับซ้อน จะหมายถึงแรงนิวเคลียร์
|เทียบได้กับฟิสิกส์ในปัจจุบัน คือ เป็นตัวกำหนด ชนิด และ ลักษณะพิเศษ ของแรงนั้น ๆ (เช่น การมีอยู่ของประจุไฟฟ้า หรือการเพิ่มขึ้นของแรงตามระยะห่าง)
___________________
r^2 | กำลังสองของระยะห่าง (Distance Squared) | บทบาทความหมาย คือ กำลังสองของระยะทางระหว่างศูนย์กลางของวัตถุทั้งสอง |เทียบได้กับฟิสิกส์ในปัจจุบัน คือ r^2 ในกฎความโน้มถ่วงและกฎของคูลอมบ์
_________________
สรุปหลักการของสมการ
สมการนี้ทำงานโดยการ แปลง คุณสมบัติของวัตถุ (พลังงานสุทธิและตัวบ่งชี้การล็อค) ให้กลายเป็นแรง โดยใช้ Kเป็นตัวปรับขนาด:
เจ้าของทฤษฎีสนามรวม Mr.Varit naksangvisan
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น